How the day
โรคซึมเศร้า Depression

สัมภาษณ์คนเป็นโรคซึมเศร้า (Depression)

เมื่อโตขึ้น ความสุขในชีวิตก็เริ่มหายไป

ภาวะซึมเศร้า ที่ไม่ควรปล่อยผ่าน บทสัมภาษณ์จากคนที่มีประสบการณ์โรคซึมเศร้าสวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดถึง โรคซึมเศร้า เพื่อนๆคงชินและได้ยินบ่อยกับโรคนี้ ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นโรคปกติไปแล้วสำหรับสังคมเรา และก็อดคิดไม่ได้ว่า “ กูเป็นยังว่ะ”  ด้วยเหตุผลต่างๆนานา ในสภาพสังคมปัจจุบัน การใช้ชีวิต ความรู้สึก สภาพจิตใจ ความคิด เราจะสำรวจตัวเองอย่างไร  วันนี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์คนๆนึง ซึ่งผ่านประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้ามา ว่าเป็นอย่างไร

สวัสดีครับช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

  • สวัสดีค่ะ ชื่อเอคะ อายุ 30 ตอนนี้เป็นพนักงานออฟฟิต บริษัทหนึ่ง  ไม่ขอเอ่ยชื่อบริษัทเนอะ

พอจะบอกได้ไหมครับว่า ทำตำแหน่งอะไร

  • เป็นตำแหน่งที่จัดการฐานข้อมูลในระบบให้ถูกต้อง คอยแก้ไข อะไรทำนองนี้ ทำงานร่วมกับหลายแผนกทั้งในและนอกประเทศ

เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ

  • ค่ะ

ช่วยเล่าได้ไหมครับว่ามีเหตุการณ์ หรืออะไร ที่ทำให้พี่คิดว่าตัวเองเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้า

  • ที่รู้สึกตัวคือ เริ่มไม่มีความสุขกับการมีชีวิต คิดอยากตายทุกวัน ร้องให้ทุกเช้า อ่อนไหวง่าย นิดหน่อยก็น้ำตาไหล ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้าที่มีความรู้สึกแบบนนี้ เราพึ่งย้ายงานมาทำตำแหน่งนี้ ที่มันแตกต่างจากงานเดิม พึ่งซื้อบ้านต้นปี แล้วมาเจอโควิด สภาพเศรฐกิจที่พังมาก สังคมเราที่มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ การเสพข่าว หรือ โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเกิดความกลัวไปหมด คิดมาก เครียดทั้งงานยังใหม่ทำไมได้ ยาก แล้วก็เยอะจนทำไม่ทัน อยากลาออกแต่ก็กลัวไม่มีเงินส่งบ้าน  แล้วคนในครอบครัวก็มาล้มป่วยหนักมาก ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่

มันส่งผลอย่างไรกับเราบ้างครับ

  • ก็เครียด คิดมากทุกสิ่งอย่าง วนเวียน เบื่อหน่าย ร้องให้ทุกวัน ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต รู้สึกไม่มีค่า กินอะไรไม่ลง น้ำหนักลงไป 3 โล มองอะไร คิดอะไรก็แง่ลบไปทุกอย่าง หดหู่ อยากฆ่าตัวตายนะ แต่นึกถึงหน้าพ่อแม่กับคนรัก  

แล้วพี่มีวิธีกจัดการกับมันอย่างไร

  • ก่อนที่จะไปหาหมอก็ลองทำทุกอย่าง เปิดเนทดูว่ามีวิธีอะไรบ้าง นั่งสมาธิ สวดมนต์ ก่อนนอน ไปฟิตเนส พยามปลง ไม่คิดอะไรมาก แต่มันก็ไม่หาย มันทำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่ 2 เดือน จะไปหาหมอก็ไม่กล้า กลัวแพง ฮ่าๆๆ แฟนก็ให้กำลังใจทุกวัน แต่เราเองที่ไม่ปล่อยวาง ตอนแรกก็จะไปซื้อยาแก้เครียดมากินเอง แต่พอได้คุยกับพี่เภสัชที่รู้จักกัน เขาแนะนำให้ไปหาหมอดีกว่า จะได้เอายาเฉพาะทางมากินเราก็เลยตัดสินใจไป

แล้วคุณหมอว่าอย่างไรบ้างครับ

  • ก่อนไปก็หาว่าจะไปที่ไหนดี สุดท้ายก็เลือก รพ เอกชนแห่งหนึ่ง ถึงเวลาเข้าพบหมอ เค้าก็ถามว่าเราเป็นยังไง ทำไมถึงคิดว่าเราเป็น เค้าก็ให้เราเล่าๆ เราก็เล่าทุกสิ่งที่ เล่าไปร้องให้ไป หลังจากเล่าจบ หมอก็ถามคำถามเหมือนจะช่วยหาทางออก ซึ่งเค้าบอกว่าเรายังไม่ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า แต่อยู่ในภาวะที่กำลังจะเป็นเพราะเรายังรู้สาเหตุและรู้ตัวเอง แต่เค้าก็จ่ายยาตัวเดียวกันกับที่รักษาคนที่เป้นโรคซึมเศร้ามาให้นะ ยาก็จะมี ตัวที่กินแล้วช่วยกระตุ้นสารเคมีในสมองปรับเคมีในสมอง เพราะตอนนี้มันหลั่งสารด้านไม่ดีออกมาเยอะจนทำให้เราคิดอะไรแต่แง่ลบ เค้าเรียกว่า ยา ต้านเศร้า อีก 2 ตัวจะเป็นยาแก้เครียด ยาพวกนี้กินแล้วจะทำให้อยากอาหาร เค้าก็จ่ายยามาครบ 1 เดือน เพื่อดูอาการ แล้วนัดฟอโล่อัพอาการใหม่

แล้วเป็นไงครับค่ารักษา

  • เจอราคาเข้าไป แทบจะหายเลย แรงอยู่น่ะ แล้วการรักษาพวกโรคทางกลุ่มนี้ ประกันไม่จ่าย ไม่ครอบคลุม ถ้าคนที่คิดว่าไม่ไหว ก็สามารถไป รพ รัฐได้นะ

กลัวหรืออายไหมครับว่าคนจะมองว่าเราบ้า เป็นโรคประสาทอะไรอย่างนี้

  • มีคิดบ้างนิดหน่อย กลัวว่าคนจะมองว่าเราเป็นคนไม่ปกติทางความคิด แต่ก็ไม่อายนะ เพราะเราก็ยังไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

แล้วหลังจากที่เข้ารับการรักษา มีอาการเป็นอย่างไรบ้างครับ

  • อ๋อ ลืมบอกไปว่า ยาพวกนี้ 2 อาทิตย์ถึงจะออกฤทธิ์  ซึ่งมันก็ได้ผลนะ ถ้าอาการมันก็เบาลง ไม่ฟูมฟาย ไม่ร้องให้ง่ายๆ ด้านความคิดก็เหมือนจะมองบวกขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีคิดมากอยู่ดี เพราะเรายังอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ยังใช้ชีวตทำงานทุกวัน การกินก็กินเยอะขึ้นหิวบ่อย น้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลเลย

แล้วตอนนี้หายเป็นปกติหรือยังครับ

  • ตอนนี้ก็ยังไม่หาย 100 % น่ะ แต่ดีขึ้นมาก ยังพบหมอตามนัดทุกครั้ง ยารับยาอยู่แต่ปริมาณน้อยลง และก็ไม่กินยาแก้เครียดแล้ว

อยากจะฝากอะไรถึงเพื่อนๆที่คิดว่าตัวเองอยู่ในภาวะนี้ไหมครับ

  • อยากบอกว่าไม่ต้องอาย หรือ คิดว่าเราบ้า ทุกคนมีเวลาที่อ่อนแอ เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอด สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองยังรับมือได้ก็อาจจะลองหาวิธีจัดการความเครียดดู อาจจะไม่ต้องพบหมอ แต่คนที่ไม่ไหวแล้วไปพบหมอดีกว่า มันดีมาก ไม่ต้องกลัวการถูกบูลลี่ คนที่เค้ามองว่าเราบ้า เค้าต่างหากที่ต้องไปพบหมอ แล้วที่สำคัญอย่าฆ่าตัวตาย มันแน่นอนที่จะมีความคิดนี้ขึ้นมา อย่าพึ่งตัดสินใจทำอะไร เพราะถ้าเรายังอยู่ในสภาวะที่ความคิดไม่คงที่ มันอาจจะทำให้ตัดสินใจผิดก็ได้

ยังไงผมก็ขอให้พี่หายไวๆนะครับ จะได้มีความสุขสมบูรณ์

  • ขอบคุณคะ

สรุปสุดท้ายจาก Admin Howtheday ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังรู้สึกเข้าไกล้อาการนี้ควรหาคนอยู่ข้างๆ หรือควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ

Facebook Comments